Water Street Health วิธีดูแลตัวเองช่วงน้ำท่วม ปลอดภัยจากโรคน้ำกัดเท้า

วิธีดูแลตัวเองช่วงน้ำท่วม ปลอดภัยจากโรคน้ำกัดเท้า

0 Comments 6:31 am

วิธีดูแลตัวเองช่วงน้ำท่วม

ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่โดยเฉพาะแถบภาคให้ บางอำเภอน้ำท่วมหนักสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์เป็นจำนวนมาก แถมยังต้องเผชิญกับโรคที่มากับน้ำ ไหนจะโรคตาแดง โรคไข้เลือดออก โรคฉี่หนู โรคระบบทางเดินหายใจ โรคติดเชื้อทางเดินอาหาร ไหนจะอันตรายจากอุบัติเหตุ ยังไม่หมดแม้แต่โรคน้ำกัดเท้าที่ฟังดูไม่รุนแรง แต่หากปล่อยเอาไว้อาจติดเชื้อเกิดภาวะแทรกซ้อน ผิวหนังลอก ปวด บวมแดง บางคนถึงขั้นมีไข้ ดังนั้นเราทุกคนจึงควรตระหนักถึงโรคนี้กันให้มากขึ้นเพื่อหาทางป้องกัน หรือหากไม่ทันการก็ควรรู้วิธีรักษาอย่างถูกต้อง 

ก่อนอื่นรู้จักสาเหตุของการเกิดโรคน้ำกัดเท้า 

เกิดจากเชื้อราที่จัดอยู่ในกลุ่ม Dermatophytes แบ่งออกเป็น 3 ชนิดใหญ่ ได้แก่ Epidermophyton, Microsporum และ Trichophyton มีลักษณ์เป็นเส้นใย เติบโตได้โดยเคราติน (สารที่มักพบในผิวหนัง ขน ผม และเล็บ) เมื่อติดเชื้อจะทำให้เกิดอาการระคายเคือง คัน แดง เปื่อย และหลุดลอก หรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ มักเกิดขึ้นบริเวณซอกนิ้ว จมูกเล็บ หรืออาจเป็นได้ทั้งเท้า ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้ชีวิต จะมีความเสี่ยงต่างกันไป เช่น ผู้มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้ที่อยู่ในที่อับชื้น ผู้ที่ลุยน้ำหรือแช่น้ำเป็นเวลานาน ผู้ที่สวมรองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าบูตเป็นเวลานาน เป็นต้น

วิธีป้องกัน 

สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นเสี่ยงต่อการเป็นโรคน้ำกัดเท้า ควรป้องกันตัวเองด้วยวิธีต่อไปนี้

  • ล้างเท้าให้สะอาดทุกครั้งด้วยสบู่หลังย่ำน้ำ ลุยน้ำ หรือเปียกน้ำ และเช็ดเท้าให้แห้งเสมอ 
  • สวมถุงเท้าสะอาดและแห้งสนิทไม่อับชื้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้ข้าวของร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะผ้าเช็ดตัว ถุงเท้า รองเท้า 

แนวทางการรักษา 

ส่วนใหญ่รักษาตามระยะของอาการ ดังต่อไปนี้

1. ระยะแรก 

ทายาสเตียรอยอ่อน ๆ หรือยาขี้ผึ้งวิทฟิลด์ (ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีแผลเปิด) ทาทุกวันวันละ 3 ครั้งจนกว่าจะหาย 

2. ระยะสอง 

แบ่งตามประเภทเชื้อที่ติด 

  • เชื้อแบคทีเรีย กรณีรุนแรงจำเป็นต้องรับยาปฏิชีวนะ (จ่ายยาโดยแพทย์) หากไม่รุนแรงสามารถรักษาตามอาการ โดยทำความสะอาดบริเวณแผลด้วยน้ำเกลือและแอลกอฮอล์ จากนั้นใส่ยาฆ่าเชื้อ เช่น โพวิโดน-ไอโอดีน (Povidone-iodine)
  • เชื้อรา กรณีอาการรุนแรงต้องรีบเดินทางไปพบแพทย์ ส่วนคนที่มีอาการทั่วไปสามารถใช้ยาต้านเชื้อหรือขี้ผึ้งวิทฟิลด์ แต่ต้องใช้ยาต่อเนื่องจนกว่าจะหาย 

แน่นอนว่าอาการจากการเป็นโรคน้ำกัดเท้าไม่รุนแรง แต่หากปล่อยไว้และคิดว่าหายเองได้อาจเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อ ต่อด้วยอาการแทรกซ้อน ดังนั้นทางที่ดีจึงควรปรับพฤติกรรมใหม่ รักษาความสะอาด หลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกับผู้อื่นโดยเฉพาะบริเวณที่มีน้ำท่วมหรือฝนตกหนัก เพื่อให้ห่างไกลจากโรค